บุหรี่ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและวัยรุ่นที่มักมองว่าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการสูบบุหรี่ทั่วไป แต่ในความเป็นจริงแล้ว บุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายต่อร่างกายไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นสารพิษที่ยังคงสะสมในร่างกายหรือผลกระทบทางสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว นอกจากนี้การใช้บุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยยังถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ภายใต้ พ.ร.บ.ศุลกากรและประกาศกระทรวงพาณิชย์ ผู้ที่จำหน่ายหรือครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่ไม่ได้รับอนุญาตอาจต้องรับโทษทั้งจำคุกและปรับตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.สส.บช.น.) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.เพชรเกษม ร่วมกันตรวจค้นโกดังที่ซุกซ่อนบุหรี่ไฟฟ้าของกลางจำนวนมากในกรุงเทพฯ โดยมูลค่าของกลางทั้งหมดกว่า 30 ล้านบาท

การตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลจากสายลับไม่ประสงค์ออกนามว่าในบ้านเลขที่ 88/442 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงและเขตบางแค กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น มีการลักลอบนำสินค้าผิดกฎหมายประเภทบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ามาซุกซ่อนภายในอาคารดังกล่าว โดยมีการขนย้ายในช่วงเวลากลางคืนระหว่างวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ในการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบบุหรี่ไฟฟ้าชนิดต่างๆ รวมถึงหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า โดยพบทั้งหมด 343,600 ชิ้น พร้อมบุหรี่ไฟฟ้าชนิดพร้อมสูบอีก 10,000 ชิ้น แบ่งออกเป็น 568 ลัง ในโกดังชั้นล่างจำนวน 227,200 ชิ้น มูลค่าประมาณ 22,720,000 บาท และชั้นบนอีก 116,400 ชิ้น มูลค่าประมาณ 11,640,000 บาท รวมมูลค่าของกลางทั้งสิ้นกว่า 30 ล้านบาท

จากการสอบถามผู้ต้องหาซึ่งเป็นชายหนึ่งรายที่ถูกจับกุมในที่เกิดเหตุ ได้ให้การรับสารภาพว่าเขาเป็นเพียงคนขนย้ายสินค้าและไม่ทราบว่าสินค้าดังกล่าวคืออะไร โดยกล่าวขอโทษที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการขนย้ายบุหรี่ไฟฟ้าเหล่านี้เพียงครั้งเดียว

พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เปิดเผยว่า การปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้านั้นเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของรัฐบาลที่มีการเน้นย้ำให้ตำรวจทุกหน่วยงานเร่งปฏิบัติการโดยเร็ว โดยในกรณีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองกำกับการสืบสวนตำรวจนครบาล 9 และ สน.เพชรเกษม ได้ร่วมมือกันสืบสวนจนพบแหล่งเก็บบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าในโกดังแห่งนี้ ซึ่งการขายบุหรี่ไฟฟ้าในช่วงนี้มีแนวโน้มไปขายผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากมีการปราบปรามทางกฎหมายอย่างหนัก

"การจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชนถือเป็นเรื่องอันตรายมาก หากเยาวชนมีการใช้บุหรี่ไฟฟ้าอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ นอกจากนี้การขายบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยยังถือเป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากรและประกาศกระทรวงพาณิชย์ ดังนั้นการขยายผลสืบสวนเพื่อจับกุมเจ้าของโกดังและเครือข่ายทั้งหมดจะดำเนินการอย่างเต็มที่" พล.ต.ต.โชติวัฒน์ กล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสืบสวนต่อไป เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมถึงขยายผลถึงเจ้าของที่แท้จริงของสินค้าผิดกฎหมายที่ถูกซุกซ่อนไว้ในโกดังนี้ โดยจะใช้เวลาในการตรวจสอบการนำเข้าสินค้าและตรวจสอบว่าได้ผ่านกระบวนการศุลกากรตามกฎหมายหรือไม่

สำหรับผู้ที่พบเห็นหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าที่ผิดกฎหมายสามารถแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที เพื่อร่วมกันป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเหล่านี้ให้หมดสิ้นไปจากสังคม