กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างหนัก หลังจากที่ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ดำเนินโครงการติดตั้ง ศาลาพักผู้โดยสารรูปแบบใหม่ ซึ่งใช้งบประมาณสูงถึง 280,000 - 320,000 บาทต่อหลัง และมีแผนสร้าง กว่า 300 หลังทั่วกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเผยแพร่ภาพของศาลาโฉมใหม่นี้ออกมา ประชาชนกลับตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและประสิทธิภาพในการใช้งาน เนื่องจากลักษณะของศาลา ไม่สามารถกันแดดกันฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นจุดประสงค์หลักของศาลาพักผู้โดยสาร


ดีไซน์ล้ำสมัย แต่ใช้งานจริงได้หรือไม่?

จากภาพที่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ศาลาพักผู้โดยสารรุ่นใหม่ของ กทม. มีดีไซน์ที่ดูทันสมัย เน้นโครงสร้างโปร่ง โล่ง และใช้วัสดุที่มีลักษณะบางเบา แต่ปัญหาสำคัญที่ถูกวิจารณ์คือ "ขนาดของหลังคาที่เล็กเกินไป" ทำให้เมื่อต้องเผชิญกับแดดจัดหรือฝนตก ผู้โดยสารอาจไม่ได้รับความสะดวกสบายเท่าที่ควร

ผู้ใช้งานหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า ศาลาพักผู้โดยสารแบบเดิมที่ใช้กันมายาวนาน มักมีหลังคาขนาดใหญ่และกันแดดกันฝนได้ดี แม้จะดูเก่าและไม่ทันสมัยเท่าแบบใหม่ แต่กลับตอบโจทย์การใช้งานจริงมากกว่า


งบประมาณสูงเกินความจำเป็น?

ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ "ค่าใช้จ่ายต่อหลังที่สูงถึง 3 แสนบาท" ซึ่งประชาชนหลายคนตั้งคำถามว่า งบประมาณส่วนนี้ถูกใช้ไปกับอะไร? และ คุ้มค่ากับประโยชน์ที่ได้รับจริงหรือไม่?

โดยปกติแล้ว ศาลาพักผู้โดยสารที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานทั่วไป จะใช้วัสดุที่แข็งแรง ทนทานต่อสภาพอากาศ และมีฟังก์ชันที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้โดยสาร เช่น

กันแดดกันฝนได้จริง

มีที่นั่งที่เพียงพอ

ไม่ร้อนเกินไปในช่วงกลางวัน

สามารถใช้งานได้นานโดยไม่ต้องบำรุงรักษาบ่อยครั้ง

แต่เมื่อดูจากรูปแบบของศาลาใหม่ หลายคนมองว่าดีไซน์เน้นความสวยงามมากกว่าประโยชน์ใช้สอย ทำให้เกิดข้อกังวลว่า งบประมาณถูกใช้ไปอย่างเหมาะสมหรือไม่


สร้างกว่า 300 หลัง กังวลสูญเปล่า

ตามแผนของ กทม. ศาลาพักผู้โดยสารรูปแบบใหม่นี้ จะถูกติดตั้งมากกว่า 300 จุดทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ แต่หากศาลาเหล่านี้ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้จริง อาจกลายเป็นการใช้เงินภาษีอย่างไม่คุ้มค่า

หลายฝ่ายเสนอให้ กทม. ทบทวนและทดสอบการใช้งานศาลาในบางจุดก่อน หากพบว่ามีปัญหาควรมีการปรับปรุงแก้ไขก่อนติดตั้งทั่วเมือง เพื่อลดความสูญเปล่าของงบประมาณ


เสียงจากประชาชน: "กันแดดกันฝนไม่ได้ จะทำไปทำไม?"

ในโลกออนไลน์ ผู้คนแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างมาก หลายความคิดเห็นระบุว่า "ศาลาพักผู้โดยสารหลักการสำคัญคือการกันแดดกันฝน ถ้าทำไม่ได้ก็ควรออกแบบใหม่"

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ว่า "งบ 3 แสน แต่ต้องยืนตากแดดตากฝน แบบนี้ทำไปทำไม?" ขณะที่อีกคนให้ความเห็นว่า "ของเก่ามันใช้ได้ดีอยู่แล้ว จะเปลี่ยนทำไมให้สิ้นเปลือง?"


ข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุง

จากกระแสวิจารณ์ที่เกิดขึ้น มีข้อเสนอแนะจากประชาชนและผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงการนี้ ได้แก่

  1. ออกแบบใหม่ให้เหมาะกับสภาพอากาศของกรุงเทพฯ

เพิ่มขนาดของหลังคาให้ครอบคลุมมากขึ้น

ปรับระดับที่นั่งและหลังคาให้สามารถกันฝนและแดดได้จริง

  1. เปิดเผยรายละเอียดงบประมาณให้โปร่งใส

อธิบายว่างบ 3 แสนบาทต่อหลัง ถูกใช้ไปกับวัสดุหรือค่าใช้จ่ายใดบ้าง

ทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบและมั่นใจได้ว่าเป็นการใช้เงินอย่างคุ้มค่า

  1. ทดลองใช้ก่อนดำเนินการติดตั้งทั้งหมด

ควรเริ่มติดตั้งศาลาใหม่ในบางจุดก่อน แล้วให้ประชาชนทดลองใช้งาน

หากพบปัญหา ควรปรับปรุงก่อนดำเนินโครงการเต็มรูปแบบ

  1. รับฟังความคิดเห็นจากประชาชน

เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกแบบ

นำข้อเสนอแนะไปพัฒนาปรับปรุงให้เหมาะสม


 งบ 3 แสนบาท ศาลาพักผู้โดยสารคุ้มค่าหรือไม่?

ศาลาพักผู้โดยสารรูปแบบใหม่ของ กทม. อาจมีแนวคิดที่ดี แต่หากการออกแบบไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้จริง ก็อาจกลายเป็นภาระมากกว่าประโยชน์

การใช้งบประมาณสูงถึง 3 แสนบาทต่อหลัง ทำให้ประชาชนตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและโปร่งใสของโครงการ รวมถึงต้องการให้ กทม. พิจารณาทบทวนการออกแบบและแนวทางการดำเนินโครงการใหม่ ก่อนที่จะใช้เงินภาษีประชาชนไปกับโครงการที่อาจไม่เกิดประโยชน์สูงสุด

คุณคิดว่า ศาลาพักผู้โดยสารรูปแบบใหม่นี้ สมเหตุสมผลหรือไม่? และควรมีการแก้ไขอะไรบ้าง?