กรมสรรพสามิตเผยผลปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายในช่วงครึ่งปีแรก เพิ่มขึ้น 13.68%
วันที่โพสต์: 5 เมษายน 2568 15:27:09 การดู 1 ครั้ง ผู้โพสต์ baikhao
ในวันที่ 5 เมษายน 2568 กระทรวงการคลังได้เปิดเผยผลการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายที่ดำเนินการโดยกรมสรรพสามิตในช่วงครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง 31 มีนาคม 2568) พบว่า มีการดำเนินคดีทางกฎหมายรวมทั้งสิ้น 18,254 คดี ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 13.68% คิดเป็นมูลค่าค่าปรับรวมทั้งสิ้น 402.70 ล้านบาท และมีการประมาณค่าปรับที่คาดว่าจะได้ทั้งหมด 2,705.22 ล้านบาท
ในปีนี้ การดำเนินงานปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายได้ครอบคลุมถึงการใช้ช่องทางต่าง ๆ รวมถึงการดำเนินงานของ ศูนย์ปราบปรามสินค้าออนไลน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการติดตามจับกุมสินค้าที่ลักลอบนำเข้าและจำหน่ายผ่านทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชันต่าง ๆ โดยเฉพาะสินค้าที่หลีกเลี่ยงการเสียภาษีสรรพสามิต เช่น สุรา, ยาสูบ, น้ำมัน, และสินค้าลักลอบนำเข้าอื่น ๆ
การปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายที่มีมูลค่าสูงที่สุดในช่วงครึ่งปีแรกได้แก่ สุรา โดยพบว่ามีการจับกุม 8,396 คดี ซึ่งมียอดค่าปรับรวม 81.27 ล้านบาท โดยมียอดของกลางเป็นสุราในประเทศจำนวน 65,241.03 ลิตร และสุรานำเข้าจากต่างประเทศ 14,347.50 ลิตร ส่วน ยาสูบ พบว่ามีการดำเนินคดีทั้งหมด 7,597 คดี มียอดค่าปรับรวม 217.68 ล้านบาท ซึ่งมีของกลางทั้งยาสูบในประเทศ 298,002 ซอง และยาสูบจากต่างประเทศ 2,122,273 ซอง
นอกจากนี้ยังมีการปราบปราม น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จำนวน 707 คดี ค่าปรับรวม 24.23 ล้านบาท โดยจำนวนของกลางที่สามารถยึดได้เป็นน้ำมันจำนวน 686,650 ลิตร ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่การลักลอบนำเข้ามานั้นจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและภาษีของประเทศ ขณะที่ รถจักรยานยนต์ พบว่ามีการจับกุม 661 คดี และมียอดค่าปรับ 20.66 ล้านบาท ซึ่งมียอดของกลาง 3,387 คัน รวมถึง ไพ่ ที่พบการกระทำผิดใน 289 คดี ค่าปรับรวม 2.14 ล้านบาท โดยมียอดของกลาง 12,283 สำรับ

การปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายในครั้งนี้ยังมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการคุ้มครองผู้บริโภคจากการซื้อสินค้าที่หลีกเลี่ยงภาษีและไม่ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การลักลอบนำเข้าหรือการผลิตสินค้าผิดกฎหมายมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะเมื่อมีการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีที่ส่งผลต่อรายได้ของรัฐและขัดขวางการแข่งขันที่เป็นธรรมในตลาดสินค้า
กรมสรรพสามิต ได้ตั้งเป้าหมายในการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายโดยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับสินค้าผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบตรวจสอบออนไลน์ที่ทันสมัย หรือการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบตามแนวชายแดนที่มีความเสี่ยงสูง นอกจากนี้ยังมีการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการส่งเสริมการปฏิบัติตามกฎหมายและลดปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย
ในส่วนของการให้ข้อมูลและการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำผิดทางกฎหมาย กรมสรรพสามิต ได้เปิดช่องทางการติดต่อผ่านสายด่วน 1713 ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งมีเว็บไซต์สำหรับการแจ้งข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำผิดได้ที่ www.excise.go.th โดยผู้แจ้งข้อมูลสามารถมั่นใจได้ว่าข้อมูลของตนจะได้รับการปกป้องเป็นความลับอย่างเคร่งครัด เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการช่วยรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยและส่งเสริมการปฏิบัติตามกฎหมาย
กระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิตยืนยันว่า การปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเข้มงวด เพื่อสร้างความเป็นธรรมและความโปร่งใสในระบบภาษีของประเทศ ทั้งนี้ เพื่อให้แน่ใจว่า ระบบเศรษฐกิจสามารถเติบโตอย่างยั่งยืน โดยไม่ถูกกระทบจากการละเมิดกฎหมายและการหลีกเลี่ยงภาษีจากสินค้าผิดกฎหมาย
แท็ก: กรมสรรพสามิต