Samsung ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในตระกูล Galaxy A โดย Galaxy A26 ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่มีราคาประหยัดที่สุดในบรรดารุ่นใหม่ที่เปิดตัวพร้อมกันกับ Galaxy A36 และ A56 แม้ว่าจะมีราคาที่ถูกกว่า แต่ Galaxy A26 ก็ยังคงมาพร้อมกับฟีเจอร์สำคัญที่ไม่ด้อยไปจากรุ่นที่แพงกว่า เช่น การกันน้ำและฝุ่นตามมาตรฐาน IP, การรองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์ระยะยาว, แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ และฟีเจอร์ AI ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งาน

Samsung Galaxy A26 มาพร้อมกับหน้าจอ OLED ขนาด 6.7 นิ้ว ซึ่งมีอัตราการรีเฟรช 120Hz และความละเอียด FHD+ โดยมีความสว่างสูงสุดที่ 1,000 nits ซึ่งช่วยให้การใช้งานในที่แสงแดดจัดทำได้ดีขึ้น การออกแบบหน้าจอมีรอยบากทรงหยดน้ำ (waterdrop notch) ซึ่งเป็นดีไซน์ที่พบได้ในสมาร์ทโฟนรุ่นราคาประหยัดของ Samsung โดยที่รอยบากนี้จะเป็นที่ตั้งของกล้องหน้า 13MP สำหรับการเซลฟี่

หน้าจอ OLED ของ A26 จะมอบสีสันที่สดใสและคมชัด พร้อมรองรับการแสดงผลที่ลื่นไหล ด้วยอัตราการรีเฟรช 120Hz ซึ่งช่วยให้การเลื่อนดูเนื้อหาหรือการเล่นเกมเป็นไปอย่างราบรื่น นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับการป้องกันหน้าจอด้วย Corning Gorilla Glass 5 ที่ช่วยเพิ่มความทนทานและป้องกันรอยขีดข่วน

Galaxy A26 มีกล้องหลังสามตัวที่รวมทั้งกล้องหลัก 50MP พร้อมระบบกันสั่น OIS (Optical Image Stabilization) ซึ่งช่วยให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยทำได้ดีขึ้น กล้อง ultrawide 8MP สำหรับการถ่ายภาพมุมกว้าง และกล้อง Macro 2MP สำหรับการถ่ายภาพระยะใกล้ อีกทั้งยังมีโหมดการถ่ายภาพที่หลากหลาย รวมถึงฟีเจอร์ AI เช่น Object Eraser ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถลบวัตถุที่ไม่ต้องการในภาพได้

กล้องหน้าของ Galaxy A26 มีความละเอียด 13MP ที่สามารถถ่ายเซลฟี่ได้คมชัด รวมทั้งมีฟีเจอร์ AI ที่ช่วยปรับแต่งภาพเซลฟี่ให้ออกมาดูดีโดยอัตโนมัติ

สำหรับประสิทธิภาพ Galaxy A26 ใช้ชิปเซ็ต Exynos 1380 ซึ่งเป็นชิปที่พัฒนาโดย Samsung และเคยใช้งานในรุ่น Galaxy A35 โดยมีตัวเลือก RAM ที่ 6GB หรือ 8GB และพื้นที่เก็บข้อมูลสูงสุด 256GB ซึ่งสามารถขยายได้ด้วย microSD card ทำให้ผู้ใช้สามารถเก็บข้อมูลได้อย่างไม่จำกัด

A26 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 5,000mAh ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานตลอดทั้งวัน โดยรองรับการชาร์จเร็วที่ 25W แต่ไม่เร็วเท่ากับรุ่น A36 และ A56 ที่รองรับการชาร์จ 45W อย่างไรก็ตาม การชาร์จที่ 25W ก็ยังคงเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

Galaxy A26 มาพร้อมกับ One UI 7 ที่ทำงานบน Android 15 ซึ่งรองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์หลักถึง 6 ปี ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานสมาร์ทโฟนระยะยาว โดยสามารถรับการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ ๆ รวมถึงการอัปเดตด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ

ฟีเจอร์ AI ของ Galaxy A26 อย่าง Awesome Intelligence ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง โดยมีฟีเจอร์ Circle to Search ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาภาพที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย และ Object Eraser ที่ช่วยให้ผู้ใช้ลบวัตถุที่ไม่ต้องการออกจากภาพถ่ายได้อย่างรวดเร็ว

Galaxy A26 ยังมาพร้อมกับระบบการรักษาความปลอดภัยที่มีมาตรฐานสูง ด้วยการรองรับการกันน้ำและฝุ่นตามมาตรฐาน IP67 ซึ่งหมายความว่าสมาร์ทโฟนนี้สามารถทนน้ำลึกได้ที่ระดับ 1 เมตรเป็นเวลา 30 นาที และทนฝุ่นได้ดี รวมถึงฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างของเครื่อง และช่องเสียบ microSD สำหรับเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูล

Samsung Galaxy A26 จะวางจำหน่ายในหลายสี ได้แก่ สีดำ สีเขียว และสีขาว โดยมีราคาต่างกันตามรุ่นความจุในแต่ละภูมิภาค ดังนี้:

  • สหรัฐอเมริกา: รุ่น 256GB ราคา $299.99 หรือประมาณ 10,700 บาท
  • ยุโรป: รุ่น 128GB ราคา €299 หรือประมาณ 11,200 บาท, รุ่น 256GB ราคา €369 หรือประมาณ 13,800 บาท
  • สหราชอาณาจักร: รุ่น 256GB ราคา £299 หรือประมาณ 12,000 บาท

สำหรับตลาดประเทศไทย คาดว่าจะเปิดราคาผ่านตัวแทนจำหน่ายในเร็ว ๆ นี้ โดย Galaxy A26 ถือว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่มองหาสมาร์ทโฟนที่มีฟีเจอร์ครบครัน ในราคาที่ไม่สูงเกินไป โดยยังคงได้รับการสนับสนุนการอัปเดตซอฟต์แวร์ระยะยาวและฟีเจอร์ AI ที่ทันสมัย

ที่มา : gizmochina