ในยุคที่การทำงานยืดหยุ่นมากขึ้น หลายองค์กรปรับตัวให้พนักงานสามารถทำงานจากที่ใดก็ได้ ส่งผลให้แนวคิด “Workation” หรือการทำงานไปพร้อมกับการท่องเที่ยว กลายเป็นเทรนด์ที่มาแรง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่และฟรีแลนซ์ที่ต้องการสมดุลระหว่างงานและการพักผ่อน

ทำไม Workation ถึงได้รับความนิยม?

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้บริษัทต่าง ๆ ต้องหันมาใช้ระบบ Work from Home ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนจำนวนมากค้นพบว่าตนเองสามารถทำงานได้โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในออฟฟิศ เมื่อโลกกลับสู่ภาวะปกติ หลายบริษัทจึงปรับนโยบายเป็นแบบ Hybrid Work เปิดโอกาสให้พนักงานทำงานจากที่ไหนก็ได้มากขึ้น

เมื่อผนวกกับความต้องการพักผ่อนและท่องเที่ยว “Workation” จึงกลายเป็นคำตอบ เพราะช่วยลดความเครียดและสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้กับการทำงาน

จุดหมายปลายทางยอดนิยม

ประเทศไทยเองก็ติดอันดับประเทศที่เหมาะกับการทำ Workation มากที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย เนื่องจากมีทั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ที่พักราคาหลากหลาย และบรรยากาศผ่อนคลาย โดยจุดหมายที่ได้รับความนิยม ได้แก่

  • เชียงใหม่ เมืองที่มีทั้งคาเฟ่ชิค ๆ และธรรมชาติใกล้ตัว

  • ภูเก็ต และ เกาะสมุย สำหรับคนที่อยากทำงานริมทะเล

  • กรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยคาเฟ่และ Co-working Space

ไลฟ์สไตล์ใหม่ที่ธุรกิจต้องปรับตัว

การเติบโตของ Workation ทำให้ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและบริการเริ่มปรับกลยุทธ์ เช่น โรงแรมหลายแห่งเปิดแพ็กเกจ Stay & Work ที่รวมที่พักกับพื้นที่ทำงาน หรือมีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและห้องประชุมส่วนตัวสำหรับแขกผู้เข้าพัก

นอกจากนี้ Co-working Space ก็เริ่มขยายไปยังเมืองท่องเที่ยว เพื่อรองรับกลุ่มนักเดินทางที่อยากทำงานไปพร้อมกับการเที่ยว

มุมมองผู้เชี่ยวชาญ

นักจิตวิทยาด้านการทำงานมองว่า Workation อาจเป็นกุญแจสำคัญในการสร้าง Well-being ของคนทำงาน เพราะช่วยให้คนรู้สึกเติมพลัง ลดความเหนื่อยล้า และกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าควรมีการจัดการเวลาที่ดี เพื่อไม่ให้การท่องเที่ยวกลายเป็นปัจจัยรบกวนการทำงาน